แผนการลงทุนภาคบังคับ : เริ่มด้วยเงินแค่ 2,000 บาท ก็เกษียณได้อย่างพอเพียง

วันนี้กลับมาถึงบ้าน มีโอกาสได้ทำบัญชี ปรับปรุงมูลค่าพอร์ตการลงทุนของตัวเอง
รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งก็แน่นอนครับ เพราะช่วงนี้ สินทรัพย์ต่างๆ ก็ปรับขึ้นกันถ้วนหน้า 😀
แต่ความสุขที่รู้สึก มันไม่ใช่แค่เพราะเห็นมูลค่าพอร์ตขยับขึ้นอย่างเดียว…
แต่เพราะมันมีความสุขกับอนาคตที่ดีขึ้น และรู้สึกว่าเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้เข้าไปทุกๆ วัน
เหมือนกับที่ ดร.สมจินต์ ศรไพศาล เจ้านายของผม มักจะพูดให้ฟังอยู่เสมอว่า
Happiness is not at the destination, but in the flowers you smell along the way

ว่าแล้วก็รู้สึกอยากจะให้ เพื่อนๆ อีกหลายๆ คนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก “การลงทุน”
ได้มีโอกาสได้สัมผัสความสุขแบบนี้บ้าง… เลยเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า

ถ้าจะต้องมีแผนการลงทุนภาคบังคับซัก 1 แผน ที่ทุกๆ คนควรจะทำให้ได้
แผนนั้นจะเป็นแผนแบบไหนกันนะ ที่ทุกๆ คนน่าจะทำได้จริง
และเมื่อทำแล้ว ผลลัพธ์ก็ต้องออกมาดีพอสมควรด้วย

ว่าแล้วก็เปิด excel ขึ้นมาลองเล่นกับตัวเลข แล้วได้ “แผนการลงทุนภาคบังคับ” มา 1 แผน
ตามตารางข้างล่างนี้ครับ
.
มหัศจรรย์การลงทุน

แผนนี้เป็นแผนการลงทุนสำหรับคนทั่วๆ ไปที่เริ่มจะมั่นคงในงานพอสมควรแล้วครับ
และเป็นแผนที่เน้นทำคนเดียว ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีคู่ชีวิต แล้วเค้าก็ลงทุนด้วยแผนนี้เหมือนกัน
ผลลัพธ์ก็จะทวีเป็น 2 เท่า โดยผมเชื่อว่าแผนนี้ “ไม่ยากเกินไป” ที่พวกเราจะทำให้สำเร็จได้
รายละเอียดของแผนก็เป็นแบบนี้ครับ

  • เริ่มต้นลงทุนเมื่อเข้าสู่ ขวบปีที่ 26 ของชีวิต
    เชื่อว่าขณะนั้น เงินเดือนของคนทั่วไปน่าจะอยู่ที่ 20,000 บาท บวก/ลบ เล็กน้อย
  • เก็บออมเงินเพียง 10% ต่อเดือน หรือ เพียง 2,000 บาท ต่อเดือน ในปีแรก
  • สมมติให้เงินเดือนขึ้นปีละ 5% ซึ่งหมายถึง เราจะออมต่อเดือนเพิ่มปีละ 5% ด้วย
    (ในที่นี้ปีแรก เดือนละ 2,000 ปีที่สองเดือนละ 2,100 เองครับ
    แถมมองไปยาวๆ กว่านั้น เช่น ตอนอายุ 40 ปี ก็ออมแค่เดือนละประมาณ 4 พัน เท่านั้นเอง)
  • นำเงินออมนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามที่เราสามารถรับความเสี่ยงได้
    ซึ่งผมขอขั้นต่ำที่ 6% ต่อปี และให้ค่าสูงสุดไว้ที่ 10% ต่อปี 
  • ณ อายุเกษียณ (55 ปี หรือ 60ปี อันนี้แล้วแต่เราครับ) ก็ถอนเงินดังกล่าว
    มาใช้เป็นเงินทุนเพื่อการเกษียณอายุ

ถ้าทำได้ตามสมมติฐานต่างๆ ที่ผมเขียนไว้ข้างบน
ด้วยผลตอบแทน 6% หากเกษียณอายุ 55 ก็จะมีเงินเพื่อเกษียณ 3.6 ล้าน ถ้าเกษียณ 60 ก็จะมี 5.5 ล้าน
แต่ถ้าได้ผลตอบแทน 8% หากเกษียณ 55 ก็จะมีเงินเพื่อเกษียณ 5 ล้าน ถ้าเกษียณ 60 ก็จะมี 8 ล้าน
และยิ่งถ้าได้ผลตอบแทน 10% หากเกษียณ 55 ก็จะมีเงินเพื่อเกษียณ 7 ล้าน ถ้าเกษียณ 60 ก็จะมี 12 ล้าน
เอาเงินก้อนนี้ไปรวมกับเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินพิเศษต่างๆ ที่มักจะได้เมื่อเกษียณอายุ
ก็น่าจะทำให้อย่างน้อย เรามีวัยเกษียณที่ไม่ลำบากนัก และอยู่ชื่นชมกับชีวิตหลังการทำงานได้อย่างมีความสุข

ซึ่งจะเห็นว่าไม่ได้หนักอะไรเลยครับ… ส่วนเรื่องของการลงทุนนั้น
ปัจจุบันก็มีแหล่งข้อมูลให้เราศึกษามากมาย รวมทั้งวิดีโอและบทความต่างๆ ในบล๊อคนี้ด้วย
หัวใจคือ “สำหรับคนทั่วๆ ไปแล้ว เราไม่ได้จำเป็นต้องสร้างผลตอบแทนระดับเทพก็ได้
เพียงแค่สร้างผลตอบแทน ล้อไปกับสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งก็มีธรรมชาติของมันอยู่แล้วนั่นคือไม่จำเป็นต้องชนะ แค่ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยๆ ของสินทรัพย์นั้นก็พอ
โดยลงทุนผ่านตัวกลางการลงทุนดีๆ เช่น กองทุนรวม ซึ่งก็มีสิทธิ์พิเศษมากมาย
คอยเชิญชวนให้เราไปลงทุนอยู่ตลอด เช่นสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเป็นต้น

ลองทำดูสิครับ… ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ขอเชิญชวนว่า ลองทำดูซัก 3-4 ปี เป็นอย่างน้อยครับ
ถึงจุดนั้น น่าจะพอสัมผัสได้ ว่าความสุขระหว่างทาง
ความสุขที่เห็นชัดว่าตนเองกำลังเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ที่นำไปสู่อนาคตที่ดีเป็นยังไง

และถ้าเกิดลองแล้วพลาดขึ้นมา หรือไม่ได้มีความสุขจริงๆ …
ก็คงจะไม่ได้เสียหายอะไรมากมายจริงมั๊ยครับ… งั้นเรามาเริ่มต้นลงทุนกันเลย!

About Sakda
ผมเชื่อใน "ความเรียบง่าย" และเชื่อว่าชีวิตของคนเรานั้นสามารถที่จะมีความสุขได้ไม่ยาก ถ้าเราเลือกที่จะตั้ง "ความคาดหวัง" อย่างสมเหตุสมผล และเป็นความคาดหวังที่มีพื้นฐานอยู่บนความพอประมาณ ความไม่ฟุ้งเฟ้อ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น... ในเรื่องของการเงินการลงทุนก็เช่นกัน ผมเชื่อว่าหลักการที่เรียบง่ายคือ "หัวใจ" ที่จะทำให้คนธรรมดาๆ สามารถสร้างความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาได้ บล๊อคแห่งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะบอกเล่าถึงแนวคิด แนวปฏิบัติ และสาระแบบเบาๆ ง่ายๆ ที่ใครก็ตามสามารถนำไปประยุกต์ใช้และประสบความสำเร็จในการลงทุนได้จริง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ไม่ใช่ตัวเงิน แต่คือ "ความสุข" ที่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งจะพึงหาได้

26 Responses to แผนการลงทุนภาคบังคับ : เริ่มด้วยเงินแค่ 2,000 บาท ก็เกษียณได้อย่างพอเพียง

  1. Wi says:

    รับทราบ ปฏิบัติ

  2. พี่ปอ says:

    ดูแล้วน่านำไปปฏิบัติจริงๆ แต่ปัญหาคือเราจะหาที่ลงทุนแบบไม่เสี่ยงแบบไหนดีอะเอถึงจะเหมาะสมที่สุด เลยทฤษฎีมาพอรู้นะแต่กลัวเวลาจะปฏิบัติจริงๆ เอลองช่วยแนะนำหน่อยนะเอาแบบผลตอบแทนไม่ต้องเยอะมากก็ได้แต่ขอเสี่ยงแบบน้อยหน่อยนะเอ

    • Sakda says:

      พี่ปอครับ ด้วยผลตอบแทนประมาณ 6% ขึ้นไปนี้
      จำเป็นต้องเสี่ยงระดับนึงครับพี่ แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะถ้าเรา plan จะลงทุนระยะยาวหน่อย
      คือตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงบางส่วนจะถูกขจัดออกไปด้วยระยะเวลาการลงทุน

      เดี๋ยวอนาคตเอจะลองเขียนหรืออัดวิดีโอแนะนำว่า ถ้าหวังผลตอบแทนประมาณ 6% up
      น่าจะวางแผนลงทุนยังไง และเสี่ยงแค่ไหนนะครับ

      ระหว่างนี้แนะนำว่าลองดูวิดีโอในหน้านี้
      http://a-academy.net/personal-finance/ หัวข้อ Investment Planning
      (ตั้งแต่ตอนที่ 19 ถึง 41 จะครอบคลุมเรื่องการลงทุนทั้งหมด
      ซึ่งน่าจะให้คำตอบได้ว่า 6% 8% หรือกระทั่ง 10% ก็เป็นไปได้ครับ)

  3. aroontip says:

    ขอสูตรเงินทบต้นค่ะ เอาไว้คำนวณกรณีลงทุนไม่ได้ผลตอบแทนถึง 6%

  4. aroontip says:

    อีกอย่างหนึ่งก็คือ สูตรเอาไว้คำนวณมูลค่าเงินออม ที่รวมค่าเงินเฟ้อแล้วค่ะ

  5. aou says:

    Like !!!

  6. Ao says:

    ขอถามแบบคนไม่รู้นะครับ คือ จะเอา 2000 ไปลงทุนอะไรจึงจะได 6% up

    • Sakda says:

      อนาคตผมจะลองทำวิดีโอหรือเขียนแนะนำแบบสั้นๆ
      เฉพาะเจาะจงว่าจะวางแผนลงทุนยังไง ให้ได้ผลตอบแทน 6% ขึ้นไปในระยะยาวนะครับ

      ระหว่างนี้แนะนำว่าลองดูวิดีโอในหน้านี้
      http://a-academy.net/personal-finance/ หัวข้อ Investment Planning
      (ตั้งแต่ตอนที่ 19 ถึง 41 จะครอบคลุมเรื่องการลงทุนทั้งหมด
      ซึ่งน่าจะให้คำตอบได้ว่า 6% 8% หรือกระทั่ง 10% ก็เป็นไปได้ครับ)
      แต่ถ้าเวลาน้อยจะดูเฉพาะตอนที่ 29 ถึง 32 ก็ได้ครับ น่าจะพอเห็นภาพ

  7. jang says:

    ขอบคุณคะ

  8. wiki says:

    แอบติดตามอยู่เงียบๆ ชอบมากค่ะ

  9. vilavan says:

    ถ้าลงทุนในเวลาประมาณ 30 ปีอย่างในตารางเป็นอย่างน้อยเราจะลงทุนในกองทุนหุ้น หรือหุ้น แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ากองนี้ดีจริงและอยู่ยาวได้ขนาดนั้น และมีวิธีวิเคราะห์ได้อย่างไร

    • Sakda says:

      การลงทุนในระยะเวลาที่ยาวมากๆ นั้น ขั้นแรก ต้องมีความเข้าใจและมีความเชื่อในตัวสินทรัพย์
      ซึ่งในที่นี้คือหุ้นก่อนครับ ว่าหุ้นนั้น ในระยะยาวน่าจะให้ผลตอบแทนระดับ 8-12% ต่อปีได้ในตัวของมันเอง
      ต่อมาพอถึงขั้นเลือกกองทุน เราสามารถเลือกได้ 2 แนวทางหลักคือ

      1) เลือก Passive Fund หรือ Index Fund เพราะน่าจะให้ผลตอบแทนได้ใกล้เคียง
      กับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ โดยมีความไม่แน่นอนที่เกิดจาก “ฝีมือ” ค่อนข้างน้อยมากๆ
      หากเลือกแนวนี้ ก็ต้องเน้นกองทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ มีผลตอบแทนเกาะกับดัชนีได้ค่อนข้างดี
      ลงทุนยาวๆ ก็อาจจะไม่ต้องเปลี่ยนกองบ่อยครับ

      หรือ

      2) เลือก Active Fund ที่ให้ผลตอบแทนชนะดัชนีได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ
      โดยควรเน้นดูผลตอบแทนในระยะยาว และระยะกลาง ว่าควรจะเอาชนะดัชนีได้
      ทั้งนี้ ดัชนีที่ควรดู คือดัชนีประเภท TRI หรือ Total Return Index
      ซึ่งจะเป็นดัชนีที่มีการบวกกลับผลตอบแทนจากเงินปันผลกลับเข้าไปด้วย

      หากเลือกเส้นทาง Active Fund เราอาจจะต้องติดตามใกล้ชิด
      ในระยะยาวๆ อาจจะต้องเปลี่ยนกองทุนบ้าง เมื่อฝีมือกองทุนเดิมเริ่มเพี้ยน
      ซึ่งก็มีความเสี่ยงครับ ที่ยาวๆ แล้ว จะได้ผลตอบแทนแพ้ Passive Fund
      แต่ก็มีโอกาสที่จะชนะตลาดได้เยอะๆ เช่นกัน

      อีกแนวหนึ่ง ที่ใช้ได้ผลค่อนข้างดีเช่นกันก็คือ การลงทุนแบบ Core + Satellite
      คือลง Passive Fund ประมาณ 60-80% เพื่อให้มั่นใจว่า จะได้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี
      จากนั้นลงทุนเงินส่วนที่เหลือในกอง Active Fund ที่เราคิดว่าเจ๋งๆ
      เมื่อรวมกันแล้ว ผลตอบแทนที่ได้ก็น่าจะดีขึ้นกว่าการลง Passive Fund เฉยๆ
      แต่ก็ไม่ถึงกับเสี่ยงเอากับฝีมือผู้จัดการกองทุน Active Fund ทั้งหมดครับ

  10. vilavan says:

    ขอบคุณมากๆค่ะ กองทุนเปิดไทยเด็กซ์เซ็ท 50 อีทีเอฟ กับ กองทุนเปิดไทยเด็กซ์ SET High Dividend ETF ใช่Passive Fund หรือเปล่าค่ะ

    • Sakda says:

      ใช่ครับ ทั้งสองกองเป็นกอง Passive Fund ที่มีลักษณะเป็น ETF
      คือสามารถซื้อ-ขายได้เหมือนหุ้นตัวนึงครับ

      นอกจากนั้นก็ยังมีกอง Passive Fund ประเภทที่เป็นกองทุนรวม
      ที่ซื้อผ่าน บลจ. และสาขาธนาคารต่างๆ อีกมากเลยครับ เช่น
      TMB SET50, SCB SET Index, K SET50 เป็นต้นครับ

  11. เจ้าชายกองทุน says:

    พี่เอครับ ถามหน่อยครับ ผมฐานเงินเดือนประมาณ 30,000 บาท เสียภาษีฐาน 10% หัดลดหย่อนอะไรไม่ได้เลย*-* อยากซื้อกองทุนเพื่อลงทุนครับ แต่ว่าตอนนี้ 2 จิตสองใจอยู่ระกว่างกองทุน set50 ที่ได้สิทธิภาษีอย่าง LTF กับกองทุนที่เป็น set50 อย่างเดียว

    สำหรับฐานภาษี 10% ควรนำไปลงกองไหนจะดีกว่ากันครับ

    อายุ 26 ครับ ฟังคลิปการวางแผนทางการเงินของพี่จบแล้ว 50 คลิป มีเงินออมสำหรับฉุกเฉินตามที่พี่บอกแล้วอยู่ใน me by tmb พอสมควร ตอนนี้อยากขยับขยายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนครับ

    ขอบคุณล่วงหน้าครับพี่

    • Sakda says:

      ก่อนอื่นขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่ดูวิดีโอไปเยอะมาก แถมเตรียมเงินสำรองไว้แล้วด้วย
      เรื่องทางเลือกการลงทุนที่ถามมา ต้องถามกลับว่ารับเงื่อนไขของ LTF
      ที่ต้องถือลงทุน 5 ปีปฏิทินได้หรือไม่ หากได้ คำตอบคือควรลงทุนใน LTF ก่อนครับ
      แม้เราจะฐานภาษีต่ำ แต่อย่างน้อย ก็ยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ 10%

      ก็เหมือนเราลดต้นทุนในการลงทุนได้ 10% แล้ว (หรือในทางกลับกันคือ มีกำไร 10% ทันทีที่ลงทุน)
      นี่ยังไม่รวมกับผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งหากลงในกองทุนหุ้น ซึ่งมีนโยบายเหมือนกัน
      จะลงทุนเป็น LTF หรือกองทุนหุ้นทั่วไป ผลตอบแทนก็ไม่น่าต่างกันอย่างมีนัยครับ

  12. เจ้าชายกองทุน says:

    ขอบคุณครับพี่ ผมจะติดตามผลงานของพี่อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเลยครับ อยากบอกว่า วีดีโอของพี่ทำได้เข้าใจง่ายมากครับ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมได้ค่อย ๆ ศึกษาข้อมุลการลงทุนมาเกือบปีแล้ว แต่คิดว่ามาเข้าใจหลักพื้นฐานได้จริง ๆ จากวีดีโอของพี่เลยครับ อันนี้ขอบพระคุณมาก ๆ เลยครับ(ตอนนี้ยังโหลดไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ได้เอาไปเปิดดูด้วย 3-4 คนแล้ว 555+)

    ขอบคุณพี่สำหรับคำแนะนำนะครับ ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้ว ผมมีบัญชีเงินเดือนและบัตร ATM อยู่กับกรุงไทย และมีบัตรเครดิต KTC คิดว่าคงจะเข้าซื้อ LTF set 50 ของกรุงไทยเร็ว ๆ นี้หล่ะครับ ขอดู set อีกนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าคงเข้าซื้อแบบ DTC ภายในไม่เกิน 1 เดือนนี้หล่ะครับ

    ป.ล. 1 me by tmb วันนี้ดอกเบี้ยลดเหลือ 3% แล้ว แววแพ้เงินเฟ้อส่อเค้ามาแต่ไกลเลยครับ แถมมีเงินอยู่ในนั้นหลายแสนทีเดียว สงสัยต้องจริงจังกับเรื่องการลงทุนแล้ว (แอบรอ วีดีโอสอนการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนระยะยาวประมาณปีละ 6-10% ของพี่อยู่ด้วย *-* )
    ป.ล. 2 ในอนาคตอันใกล้ เมื่อเรื่องงานลงตัวตั้งใจว่าจะไปเป็นรุ่นน้องพี่ที่ NIDA ครับ

  13. ธนาวุฒิ says:

    อายุ เข้า52ปี ในเดือน มิย.55นี้ จะออมเริ่ม 2000 บาทได้หรือเปล่า

  14. nok says:

    อ่านแล้วมีกำลังใจเก็บเงินขึ้นเยอะเลยคะ ^^

  15. เป็นบทความที่ จิ๋วแต่แจ๋ว จริงๆ ครับ เพราะแค่สะสมเงิน เพี่ยงวันละนิดหน่อย ก็สามารถสร้างเงินสำหรับใช้วัยชราได้เลย สุดยอดเลยครับ

  16. chut says:

    การลงทุนแบบนี้ จะมีประโยชน์มาก อายุยิ่งน้อยแล้วรีบเริ่มลงทุน ใช่ไหมครับ
    สิ่งสำคัญคือจิตใจ ในเป้าหมายจริงๆ ครับ

  17. Hello there, You have done an excellent job. I’ll definitely digg it and personally suggest to my friends. I am confident they’ll be benefited from this web site.

  18. Jekkie says:

    ขอบคุณครับ อยากสอบถามว่าไม่ทราบพอจะหาไฟล์คำนวณผลตอบแทนอย่างภาพข้างบนได้ทีไหนบ้างครับ

  19. Rutchapong says:

    ขอบคุณครับ ได้สาระความรู้ที่นำไปปฏิบัติได้จริงเลย

  20. fusan.h says:

    ปีที่ 5 มูลค่า ณ ปลายปี 157,586 นี่คำนวณอย่างไรครับ

  21. somboob says:

    อ่านแล้วทำให้ผมมีความหวัง และความหวังเป็นจริงด้แน่นอนครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

<span>%d</span> bloggers like this: